ลงทุนในหุ้น

หัวข้อที่จะเขียนถึงตอนนี้ ดูๆ แล้วก็ไม่น่าจะต่างจาก ที่เหล่าเซียนหุ้น

บอกวิธีลงทุนให้ได้กำไรจากหุ้นในตลาด(ห)ลักทรัพย์

ทั้งเล่นสั้น เล่นยาว เทคนิคคอล วีไอ อะไรต่อมิอะไรมากมาย

จะว่าไปการซื้อหุ้นบางครั้งก็เหมือนการพนัน บางมุมก็คือการลงทุน บ้างก็มีพื้นฐาน บ้างก็มีเจ้ามือมาปั่นหุ้น

แต่ร้อยทั้งร้อยทุกคนที่เข้ามา คิดแต่จะได้เท่านั้น ใครคิดว่าจะเข้ามาเสียเงินแล้วยังมาซื้อหุ้น ก็คงจะแปลกคน

 

ผมเล่นหุ้น(ไม่เรียกว่าลงทุนดีกว่า) มานานกว่า 10 ปีแล้ว  ได้บ้างเสียบ้าง

ก่อนจะซื้อหุ้นก็ดูตัวเลขต่างๆ ยอดขาย กำไร PE, PB/V, ROE, Div ดูธุรกิจ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น

แนวโน้มใหญ่ แนวโน้มย่อย ดูกราฟ ดูข่าวจริง ตามข่าวลือ ซื้อตามโพย ขอตัวเด็ดจากเซียน จับกลุ่มคุย ฯลฯ

 

มันก็ดีได้เงิน ได้กำไร แต่ก็คิดว่ายังไม่ใช่การลงทุนที่ดีเพราะต้องคอย ซื้อ-ขาย

ดูจังหวะดูอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด ช่วงที่เข้าซื้อผิดก็กลุ้มต้องทนถือหุ้นขาดทุน

พอกลัวว่าหุ้นจะตก หรือ หุ้นกลับมาที่ต้นทุน ก็ตัดใจขายหุ้น แต่หุ้นกลับวิ่งขึ้นเยาะเย้ยเราอีก

แม้แต่หุ้นในพอร์ตที่ถือไว้ราคาขึ้นก็กังวลว่ามันจะทิ้งดิ่งลงหรือไม่ ว่าแล้วก็ขายหมูไปก่อนดีกว่า

 

ด้วยความศรัทธาท่าน ดร.นิเวศน์ หลังจากเคยได้พบตัวจริงและอ่านหนังสือการลงทุน

และบทความของท่านมานานหลายปี  ที่จริงทุกคนก็รับทราบหลักการลงทุนของท่าน

มานานแล้วว่า เลือกหุ้นดีซื้อแล้วถือยาว แต่ก็ทำไม่ได้สักที (ความโลภ ความกลัวเข้ามาตลอด)

 

ดังนั้นเมื่อต้นปี ผมเลยตัดสินใจเพิ่มพอร์ต (ลงทุน) ออกมาจาก พอร์ตที่ซื้อ-ขาย(เล่นหุ้น)

พอร์ตลงทุนนี้ ผมเลือกซื้อหุ้นเข้าพอร์ต 10 ตัว แล้วไม่ขายภายใน 5 ปีเป็นอย่างน้อย

โดยมีเงื่อนไขข้อเดียว ดังนี้คือ เลือกบริษัทที่เราคิดและเชื่อมั่นว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้า

ไม่ว่าจะเกิดต้มยำกุ้ง crisis, วิกฤติSubprime, วิกฤติ EU, วิกฤติ AEC ขี้นในอนาคต

บริษัทนี้ก็น่าจะอยู่รอดได้และจะเติบโตได้ไม่ล้มหายตายจากไป

 

จากนั้นก็นำเงินที่ตั้งใจจะลงทุน ซื้อหุ้นเข้าพอร์ตนี้ทุกเดือน จะซื้อทีละตัวหรือซื้อทุกตัวอย่างละนิดก็แล้วแต่

ซื้อไปเรื่อยๆ เพิ่มจำนวนหุ้นขึ้นไป หุ้นจะขึ้น-จะตกไม่ต้องสนใจ

ที่จริงหุ้นตกก็ดีจะได้ซื้อได้จำนวนหุ้นมากขึ้นด้วยเงินเท่าเดิม หากได้เงินปันผลก็นำกลับมาซื้อหุ้นในพอร์ตนี้อีก

 

แล้วคำถามว่าจะขายเมื่อไร ก็คืออีก 5ปี ลองพิจารณาดูอีกครั้งตามเงื่อนไขเดิมข้อเดียวข้างต้น

ว่าอีก 10ปี ต่อไปบริษัทนี้จะยังดีอยู่หรือไม่ หากยังดีอยู่เหมือนเดิมก็ซื้อเพิ่ม

หากสิ่งที่คาดการณ์ไว้เปลี่ยนไป ก็ขายออกแล้วหาตัวใหม่เข้ามาแทน

 

ถามถึงผลตอบแทน ผมบอกได้เลยว่าหากสิ่งที่เราคาดการณ์ตามเงื่อนไขข้อเดียวนี้ถูกต้อง

ไม่มีเหตุผลที่เราจะขาดทุน จะได้กำไรมากหรือน้อยเท่านั้น ^_^

5 Comments

Filed under การลงทุน, การเก็บออม การบริหารเงิน, หุ้นล้วนๆ, Financial Management

5 responses to “ลงทุนในหุ้น

  1. “ภายใน 10 ปีข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดต้มยำกุ้ง crisis, วิกฤติSubprime, วิกฤติ EU, วิกฤติ AEC ขี้นในอนาคต บริษัทนี้ก็น่าจะอยู่รอดได้และจะเติบโตได้ไม่ล้มหายตายจากไป” เงื่อนไขนี้ดูอย่างไรครับ เหมือน DCA หรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ…

  2. เงื่อนไขเพียงข้อเดียวนี้แหละครับ ที่ดูยาก ^_^
    การใช้ Durable Competitive Advantage (DCA) ก็เป็นวิธีนึง
    ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ทุกอย่างมันก็ไม่ 100%
    (แล้วที่บอกว่าจะไม่ล้มหายตายจากไป มันก็ไม่แน่ครับ มันเป็นธรรมดาของโลก)

    สำหรับตัวผมเอง พยายามมองไปข้างหน้า คิดถึง mega trend
    แล้วดูว่าธุรกิจของบริษัทในอนาคตจะสามารถปรับตัวตาม trend ไปได้หรือไม่

    ยกตัวอย่างเช่น จากข้อมูลที่ผมทราบ หากผมคาดการณ์ว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพ อาหารสำเร็จรูป ร้านสะดวกซื้อ กำลังจะมา ผมก็จะเลือกบริษัทที่มี DCA ดีที่สุดในกลุ่มนั้นก่อน ประมาณนี้น่ะครับ

  3. กำลังสนใจเรื่องนี้พอดี แต่ยังใหม่อยู่

    • ยินดีครับ หากมีอะไรให้ช่วยหรือมีคำถามอะไรที่ผมพอจะตอบได้ก็ยินดีครับ^_^

  4. แจ็ค

    อยากลงทุนหุ้นแบบซื้อสะสมกำหนดระยะเวลาขายช่วยสอนผมด้วย
    ขอบคุณล่วงหน้าครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s