บำนาญ อภิชาตบุตร

   DSC_2008

คนเราสมัยนี้มีการศึกษาสูง หากเรียนจบ ปริญญาโท กว่าจะเริ่มทำงานก็ประมาณอายุ 25ปี

ทำงานจนเกษียณก็อายุประมาณ 55-60ปี ซึ่งสมัยนี้คนอายุ 50-60ปี

ยังคงแข็งแรง กระชุ่มกระชวย เต่งตึง ดึงดั๋ง แต่ด้วยอายุที่ถึงเกณฑ์

ทำให้ ต้องเกษียณออกจากงานโดยปริยาย เรียกได้ว่าร่างกายและจิตใจ

ยังหนุ่มยังสาวอยู่ แต่คงไม่มีบริษัทไหนเปิดรับเข้าทำงานแล้ว นอกจากจะทำธุรกิจส่วนตัว

 

แต่ก็อีกแหละคนที่เคยทำงานในองค์กรมาตลอดชีวิต ทำงานด้านเดียว มีลูกน้องมีทีมงาน

มีเงินทุนของบริษัทให้ใช้ในการทำธุรกิจในฐานะลูกจ้าง หลายกรณีเมื่อเกษียณออกจากงานบริษัท

ก็คิดจะมาทำธุรกิจส่วนตัว เช่น เปิดร้านอาหาร ร้านค้า ธุรกิจเล็กๆ เหมือนกับที่เคยทำในบริษัท

ด้วยเงินทุนก้อนใหญ่ตอนที่ออกจากงานเมื่อเกษียณไม่ว่าจะเป็นเงินก้อน 2 ล้าน 5 ล้าน 10 ล้านก็ตามแต่

กลับพบความลำบากและไม่ประสบความสำเร็จจำนวนมากเพราะ ขาดสิ่งที่เคยได้จากบริษัทมาช่วยเมื่อทำธุรกิจส่วนตัว

 

หลายคนสงสัยว่าในเมื่อได้เงินก้อนโตตอนเกษียณ เช่น จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เงินที่บริษัทจ่ายให้ตอนออกจากงาน และ กองทุน RMF ที่ขายเมื่ออายุครบ 55 ปี

แล้วทำไมไม่เก็บเงินนั้นไว้ทยอยใช้ไปจนแก่ตายล่ะ

 

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า มีคนส่วนหนึ่งที่เมื่อมีเงินก้อนใหญ่ๆ แล้ว ก็มักจะมีแผนที่จะใช้เงินนั้น

ในการลงทุนทำธุรกิจ ในการช่วยเหลือคนอื่น การรักษาตัว หรือมีความจำเป็นต่างๆ ฯลฯ เข้ามา

แล้วก็ใช้เงินนั้นจนหมด ลองคิดดูนะครับว่าหากคุณทำงานตั้งแต่อายุ 25-55ปี เท่ากับมีเวลา 30ปีในการทำงาน

แล้วหากว่าวันที่คุณเกษียณตอนอายุ 55ปี ได้เงินก้อนหนึ่งจำนวน 10ล้านบาท

คุณคิดไหมว่าคุณอาจจะอยู่ถึงอายุ 85ปี ซึ่งก็คือ 30ปีที่ต้องใช้ชีวิตอยู่เช่นกัน

แต่ด้วยการลงทุนทำธุรกิจหรือใช้จ่ายจนหร่อยหรอ เมื่อคุณอายุสัก 62ปี ตอนนั้นคุณรู้สึกยังหนุ่ม ยังสาว อยู่

แต่อนิจาเงินในบัญชีเหลืออยู่สัก 1ล้านกว่าบาท คุณจะรู้สึกอย่างไร??? แล้วอีก 23ปีข้างหน้าจะอยู่อย่างไรดี??

 

คุณจะมีโอกาสกลับไปหาเงินอีกครั้ง เก็บเงินอีกครั้ง หรือทำธุรกิจอีกครั้งจากเงินก้อนสุดท้ายที่เหลือนี้ได้หรือไม่??

โอเคหรือหากโชคดีคุณอาจจะมีลูกๆหลายคน ซึ่งน่าจะมีสักคนหรือทุกคน

ที่จะส่งเสียเลี้ยงดูคุณทุกเดือนสักเดือนละ 2-3หมื่นบาทไปจนคุณจากไป^^

 

แต่สำหรับผมที่แต่งงานกับภรรยามา 12ปีเต็ม และตั้งใจว่าจะไม่มีลูกตั้งแต่ก่อนที่จะแต่งงานกัน

แต่วันนี้ผมได้สร้างอภิชาตบุตรให้กับผมและภรรยา ชื่อว่า “น้องบำนาญ”

ค่าใช้จ่ายในการส่งเสียเลี้ยงดูบุตรคนนี้ไม่ได้สูงอะไรเลย ไม่กินนม ไม่ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อม

ไม่ต้องเรียนพิเศษ ไม่ต้องเรียนอินเตอร์ ไม่งอแง ไม่มีเรื่องกับใคร แถมยังช่วยพ่อแม่ ลดภาระภาษี

ที่สำคัญเมื่อวันที่เราสองคนเกษียณจากงาน บุตรคนนี้จะเลี้ยงดูผมและภรรยาไปตลอดชีวิตของเรา

แม้จะไม่ได้มาเยี่ยมเยียนดูแลรับส่งหรือมาพูดคุยอะไรกับเรา

แต่ทุกๆ ปี ทุกๆ ไตรมาส หรือ ทุกๆ เดือนเขาจะเอาเงินมาให้เราใช้ ไปจนตลอดชีวิตของเรา

ผมมีแผนจะรับบุตรเพิ่มอีกหลายคน ให้ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเลยครับ

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ลองหาอภิชาตบุตรไว้คอยดูแลยามแก่เฒ่าสักคนดีไหมครับ ^^

Leave a comment

Filed under การลงทุน, การเก็บออม การบริหารเงิน, Financial Management

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s