ลดภาษีด้วยอะไรดีกว่ากัน

DSC_5225

ใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกขณะ ถึงเทศกาลลดหย่อนภาษีมนุษย์เงินเดือน

 

ผมมีเพื่อนบางคนรายได้ปีละ 1,200,000 บาท ไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีใดๆ เลย

ก็โดนบริษัทหักภาษีตอนจ่ายเงินเดือน ไปเดือนละประมาณ 1หมื่นบาท ครบปีก็เสียภาษีรวม 120,000 บาท

ตอนยื่นภาษีเดือนมีนาคมปีถัดไปก็แค่ยื่นว่าเสียภาษีถูกต้องครบถ้วน และเขาก็คิดว่า ดีจังไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ^^

ด้วยรายได้ปีละ 1.2ล้านบาทนี้ อัตราฐานภาษีสูงสุดของเพื่อนคนนี้คือ 20% หมายความว่า

ทุกๆ 100 บาทที่ลงทุนเพื่อลดภาษีจะได้ภาษีคืน 20 บาท ถ้าลงทุน 100,000 บาทก็ได้ภาษีคืน 20,000 บาท

 

คราวนี้ก็เป็นคำถามสำคัญแล้วว่า ถ้าสนใจจะลงทุนเพื่อลดภาษีจะลงทุนอะไรดี ระหว่าง LTF RMF ประกันชีวิต

เนื่องจากว่า หากเราที่เป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ปานกลาง คงจะไม่มีเงินสดเหลือจากใช้จ่ายจำนวนมากพอ

ที่จะลงทุนทุกอย่างเพื่อลดภาษีได้อย่างเต็มสิทธิ ดังนั้น หากจะต้องเลือก เราจะเลือกลงทุนอะไรดี

 

เงื่อนไขการลงทุนเพื่อลดภาษีในแต่ละรายการ

LTF             ไม่เกิน 15% ของรายได้รวม และไม่เกิน 5แสนบาท

RMF            ไม่เกิน 15% ของรายได้รวม และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วไม่เกิน 5แสนบาท

ประกันชีวิต    ไม่เกิน 100,000 บาท

 

แต่เหตุผลสำคัญจากการพูดคุยกับเพื่อนหลายคนทำให้พบว่า จริงๆ แล้ว เงินที่จะลงทุนนั้นก็มีอยู่

แต่กลัวภาระผูกพันมากว่า คือไม่มั่นใจว่าอีก 5-10ปีข้างหน้าจะยังทำงานอยู่ไหม?

แล้วหากมีภาระผูกพันที่จะต้องลงทุนต่อเนื่องแต่ตอนนั้นรายได้สะดุดจะเดือนร้อนหรือเปล่า?

จึงพยายามหาการลงทุนสิ่งที่มีภาระน้อยที่สุด ลงทุนระยะเวลาสั้นที่สุด

 

จึงอยากจะสรุปออกมาให้เห็นว่าข้อดีข้อด้อยความเสี่ยงของแต่ละรายการคืออะไร^^

 

LTF

ข้อดีคือ  ภาระผูกพันน้อยที่สุด อยากลงทุนปีไหนก็ลง ไม่อยากลงทุนก็ไม่ต้องลง

ขอแค่ถือให้ครบ 5 ปีปฎิทินก็พอ  มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงเพราะกองทุนนำเงินไปลงในหุ้นสามัญ

 

ข้อเสียคือ มีโอกาสขาดทุนหากหุ้นที่กองทุนไปลงทุนราคาตกต่ำ ความเสี่ยงสูง

 

RMF

ข้อดีคือ วันที่คุณอายุ 55ปี จะมีเงินก้อนใหญ่รอคุณอยู่ คุณจะนึกขอบคุณคนที่แนะนำให้คุณซื้อ RMF

ถ้าอยากเก็บเงินเพื่อเกษียณ การซื้อ RMF ช่วยคุณได้จริงๆ มีกองทุนให้เลือกทั้งเสี่ยงต่ำไปจนเสี่ยงสูงมาก

 

ข้อเสียคือ มีภาระผูกพันต้องซื้อทุกปีต่อเนื่องไปจนอายุ55ปี สำหรับคนที่กลัวภาระผูกพัน

และคิดว่าไม่น่าจะซื้อตัวนี้มาเลยตั้งแต่แรกทางแก้ก็คือ แค่ซื้อต่อไปทุกปี ปีละ5พันบาท เพื่อรักษาสิทธิ

 

ประกันชีวิต

ข้อดีคือ  ช่วยเก็บออมเงิน และมีความคุ้มครองมากกว่าเงินที่เก็บกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ความเสี่ยงต่ำมากได้เงินคืนไม่ขาดทุนแน่นอน

 

ข้อเสียคือ เป็นภาระผูกพันแน่นอนตามแบบที่ซื้อ เช่น ซื้อประกัน 25/15 จำนวน 50,000 บาท

คือต้องส่งเงิน 50,000 บาททุกปีเป็นเวลา 15ปี และเมื่อครบ 25ปี

จึงจะได้เงินก้อนใหญ่คืน(ระหว่างทางอาจมีเงินคืนด้วย)

นี่คือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่กลัวการทำประกัน เพราะกลัวว่ามีภาระแน่นอน เช่นกรณีนี้คือ 15ปี

และเนื่องจากความเสี่ยงที่จะขาดทุนต่ำมาก ผลตอบแทนที่แท้จริงก็ต่ำด้วยเช่นกัน

(อย่าไปเชื่อการคำนวณแบบพิศดาร ว่าได้ผลตอบแทนเป็น 100%-200%

ผมบอกได้เลยว่าผลตอบแทนที่แท้จริงนั้นพอๆ กับเงินฝากประจำ 24เดือน)

 

จะว่าไป LTF RMF ประกันชีวิต ต่างก็มีจุดดีจุดด้อยของตัวเอง สำหรับผมแล้วลงทุนทุกอย่างเลยครับ

ขอให้เพื่อนๆ เลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองและได้ประโยชน์ทางภาษีสูงสุดนะครับ ^_^

 

ปล. สำหรับไฟล์คำนวณภาษีแบบง่ายๆ ที่ผมทำไว้เพื่อนๆ สามารถdownloadได้

จากบทความ โปรแกรมคำนวณภาษีแบบง่ายสุดๆ ก่อนหน้านี้นะครับ

Leave a comment

Filed under การลงทุน, การเก็บออม การบริหารเงิน, Financial Management

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s