ลงทุนในหุ้นคุณหวังว่าจะได้กำไรเท่าไร

S__20496407

          ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดมาแล้ว 40 ปี ว่ากันว่าผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนคือประมาณ 12% ทบต้น แต่ก็มีปีที่ได้เกิน 100% และ มีปีที่ติดลบมากกว่า 50% ยิ่งหากมองไปที่หุ้นเป็นรายตัว บางตัวราคาเพิ่มขึ้นเป็น หลายพันเปอร์เซนต์ และเช่นกันที่หลายตัวต้องถูกออกจากตลาดโดยนักลงทุนเสียเงินที่ลงทุนไปทั้งหมด

 

สำหรับนักลงทุนแนวเทคนิค อาจจะสามารถทำกำไรในหุ้นได้ วันละหลายรอบ รอบละ 1-5% ถ้าทำได้ทุกวันก็คงจะมีกำไรปีละ 200-1,000% ส่วนนักลงทุนแนววีไอ ก็อาจจะเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีแล้วรอให้ขึ้นไป 200-500% ใน 3-5ปี ส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ไม่มีแนวทางที่ชัดเจนส่วนใหญ่ก็จะฟังตามๆ กันว่าตัวนั้นตัวนี้จะมา แล้วเข้าไปเก็งกำไรแบบแนวเทคนิค แต่พอผิดพลาดกลับไม่สามารถทำใจตัดขาดทุนซึ่งเป็นหัวใจของนักเล่นหุ้นแนวเทคนิคได้ แต่กลับแปลงกายเป็นนักลงทุนวีไอ(ในหุ้นที่ไม่ใช่วีไอ) ทนถือยาวขาดทุนไป

 

แม้แต่บางคนที่คิดว่าตนเองเป็นวีไอ (กึ่งๆ) อุตส่าห์เลือกลงทุนในหุ้นใหญ่พื้นฐานดีแต่เพราะมาทีหลังจึงเข้าหุ้นดีที่ราคาแพง(PEสูง) พอถึงช่วงหนึ่งราคาหุ้นกลับไม่ไปไหนและอาจจะมีการย่อลงมาบ้าง ก็พาให้อึดอัดใจ ว่าอุตส่าห์เลือกหุ้นใหญ่พื้นฐานดีแล้วก็ยังทำผลตอบแทนได้ไม่ดี ครั้นจะให้ไปหาหุ้นเล็กๆ กลางๆ ที่กำลังจะมีอนาคตเพื่อจะเป็นหุ้นวีไอ ที่แท้จริงในอนาคตเหมือนหุ้นวีไอรุ่นพี่ ตนเองก็ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ขาด เพราะอนาคตของบริษัทก็ยังไม่เห็นชัดเจนแน่นอน ถ้าไปลงทุนแล้วธุรกิจตั้งไข่ไม่ได้ซะทีก็รู้สึกว่าเงินจม และ มักจะลังเลว่าตนคิดผิดหรือเปล่าที่มาลงทุนกับอนาคตบริษัทที่ยังไม่แน่นอน

 

ที่เกริ่นมาซะเยอะก็อยากจะบอกว่า การลงทุนในตลาดหุ้นนั้น เสี่ยงมากๆ ก่อนที่คุณจะลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12% ต่อปีในระยะยาวนี้  อยากลองถาม ให้คุณคิดว่า

  • คุณคาดหวังผลตอบแทนการลงทุนต่อปีที่เท่าไร?
  • ช่วง 2-5ปีที่ผ่านมา คุณทำกำไรจากการลงทุนได้กี่เปอร์เซนต์ต่อปี?

 

ถ้าหากทำผลตอบแทนได้น้อยกว่า 12% หรือ แม้แต่น้อยกว่า 20% ต่อปี ผมว่าการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงมากเกินกว่าผลตอบแทนที่ได้ (คือ เสี่ยงมากแต่ได้ไม่มาก)

 

แล้วอย่างนี้จะไปลงทุนอะไรดีล่ะ ฝากเงินนี่ยิ่งได้น้อยใหญ่เลยแค่ 0.5% – 3.0% เงินเฟ้อก็ประมาณ 3% สรุปคือฝากเงินไปก็เหมือนไม่ได้อะไรเพิ่ม

 

จริงอยู่ตลาดการเงิน บ้านเรามันอยู่ 2 ฝั่งสุดขั้วกันอยู่ ก็คือ

  • ถ้าเล่นหวย เล่นหุ้น ผลตอบแทนสูง และ ความเสี่ยงจะสูงมาก
  • ส่วนถ้าฝากเงิน ผลตอบแทนก็จะต่ำมาก แต่ก็มีการรับรองว่าเงินไม่หายไปไหน

 

หลายคนอยากจะรับความเสี่ยงบ้าง โดยหวังว่าจะได้ผลตอบแทน ค่อนข้างดีผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นที่พยายามมองหาการลงทุนดังว่านี้ และตอนนี้ผมก็พบแล้วว่ามีการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนอยู่ในช่วง 5-10% โดยความเสี่ยงกลางๆ พอรับได้นั่นคือ การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ สิทธิการเช่าต่างๆ

 

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ขอเปรียบเทียบกับการมีบ้านเช่า ดังนี้ว่า สมมุติ ผมมีเงิน 1,000,000 บาท ผมสามารถซื้อทาว์นเฮาส์หลังหนึ่งสัก 8 แสนบาท รวมค่าโอนค่าใช้จ่ายจิปาถะแล้วรวมๆ เป็น1ล้านครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด แล้วผมปล่อยเช่าได้เดือนละ 6,000 บาท เป็นปีละ 72,000 บาท หรือผลตอบแทนปีละ 7.2%

 

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกันคือจะนำเงินที่รวบรวมได้ไปลงทุน ในสินทรัพย์คือ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โกดัง ตึก แล้วปล่อยเช่าโดยมีรายรับจากค่าเช่า ซึ่งผลตอบแทนค่าเช่าที่ได้ก็อยู่ที่ 5-15% ดังนั้นผลตอบแทนที่ได้ก็จะเฉลี่ยอยู่ในช่วงนี้ ในแง่ความเสี่ยงก็มีกรณีที่ผู้เช่าไม่เช่าต่อ หรือ ทรัพย์สินเสียหายเช่นไฟใหม้ แต่โดยมากกองทุนจะกระจายการลงทุนออกไปหลายๆ อาคาร ก็จะลดความเสียหายใหญ่ๆ ได้

 

โดยสรุปก็คือ

หากต้องการความมั่นคงปลอดภัยในการลงทุนแบบเต็มที่ก็ลงทุนใน เงินฝาก ซึ่งเสียงน้อย และได้ผลตอบแทนน้อยมาก แต่หากอยากได้ผลตอบแทนมากขึ้น ลงทุนแล้วกินได้นอนหลับได้กำไรสม่ำเสมอพอสมควร ก็แนะนำให้ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ แต่หากอยากวัดดวงกล้าได้กล้าเสีย คิดว่าถ้าจะรวยมันต้องมีดวง ก็แนะนำให้ ลงทุนในหุ้น และ ซื้อหวยครับ  ขอให้โชคดีและมีความสุขในการลงทุนนะครับ^_^

Leave a comment

Filed under การลงทุน, การเก็บออม การบริหารเงิน, หุ้นล้วนๆ, Financial Management

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s